MONSTER I

posted on 10 Nov 2012 20:26 by astute

 

MISSION I - BE STRONG 

 

 

 -------------------------------

 

 

 

 

 

 

"ครั้งนี้จะพลาดอีกไม่ได้แล้ว หวังว่านายคงจะเข้าใจ ชิมชางมิน"

 

"ครับ"

 

"ส่วนเงินสนับสนุน ฉันเพิ่มเป็นสองเท่าตามคำขอของนาย คงไม่มีข้ออ้างอีกแล้วใช่ไหม?"

 

"ครับ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง"

 

"ไปได้"

 

เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมร่างของคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นมันสมองของที่แห่งนี้ ชิมชางมิน หัวหน้าแผนกวิจัยยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยี จังหวะเดียวกับร่างลึกลับก้าวออกมาจากมุมอับในห้อง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้งามตรงข้ามบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้ และเจ้านายที่รักยิ่งของเขา

 

‘โอวอนบิน’

 

จำนวนเงินมากมายถูกเขียนลงเช็คเงินสดธนาคารชื่อดังของเกาหลี ประทับตราลายชื่อลวดลายสวยงามลงก่อนจะยื่นส่งให้บุคคลตรงหน้า 

 

"เอาไปให้มันและคอยจับตามันให้ดี 'ยงฮวา'"

 

"รับทราบนายท่าน"

 

"คราวนี้เราจะพลาดไม่ได้ เวลาของเรามันเลยมาสามปีแล้ว!!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆเตะเข้าจมูกโด่งอย่างจัง ปลุกให้ร่างที่ถูกตรึงไว้ต้องตื่นขึ้นมาท่ามกลางบุคคลแต่งกายแปลกประหลาด แสงจ้าจากหลอดไฟที่ฉายตรงลงมาทำให้ต้องหยีตาลงอีกครั้ง เขาเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้น ร่างกายขยับไปมาเพื่อสำรวจตนเองจากการถูกตรึง แต่ทุกครั้งที่เขาขยับ สายรัดจะรัดแน่นขึ้นจนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด 

 

"หัวหน้า! มันรู้สึกตัวแล้ว" คนประหลาดในชุดปลอดเชื้อสีขาววิ่งกรูเข้ามาตรึงเขาให้นิ่ง 

 

"ฉีดมิดาโซแลมให้มันเดี๋ยวนี้!"

 

"อย่า! อย่าทำอะไรกู!!" 

 

"หุบปาก!" 

 

มิดาโซแลมแพร่เข้าไปในเส้นเลือดดำผ่านเข็มฉีดยาใหญ่ เขาเลือกที่จะอยู่นิ่งแทนการขัดขืนที่เสี่ยงให้เข็มเล็กหักคาต้นแขน ฤทธิ์มิดาโซแลมเริ่มออกฤทธิ์เกือบทันทีที่ฉีดเข้าไป เปลือกตาค่อยๆปิดลงช้าๆ ประสาทตาเริ่มพร่ามั่ว และสุดท้ายเขาก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่นี้ที่ไหน? 

 

ทำไมขยับตัวไม่ได้? 

 

สาย รัดตรึงร่างของเขาติดกับแท่นใหญ่ สายตาคมเริ่มสำรวจรอบๆตัว อุปกรณ์ทางการแพทย์ระโยงระยางเต็มร่างทำเอามือแกร่งกระชากออกไปหมด พละกำลังมหาศาที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนช่วยให้เขารอดพ้นจากสายรัดพิเศษ ประสาทตาไวพอที่จะเห็นกลุ่มคนแต่งกายประหลาดกำลังวิ่งเขามาควบคุมเขาไว้ 

 

"เรียกศูนย์ควบคุม!" 

 

"ออกไป!!!!!!!!!" แรงมหาศาลผลักร่างมากมายไถลไปชิดกำแพง เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วห้องสีขาวโพลน กำปั้นอัดใส่กระจกใส สองขายาวรีบวิ่งออกจากห้องประหลาดนั้น 

 

กลัว..

 

ในสมองคิดจะหาทางออกอย่างเดียว การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงนี้ให้ได้คือเรื่องสำคัญที่สุด ขายาววิ่งไปตามทางเดินยาวของตึกเรื่อยๆท่ามกลางเสียงไซเรนที่ดังระงมไปทั่ว

 

"หยุด!" บุคคลลึกลับปรากฏขึ้นด้านหน้าเขาราวกับคนตรงหน้าสามารถหายตัวไปไหนมาไหนได้ 

 

"ออกไป!!!"

 

"ถ้าอยากออกจากที่นี้ ตามฉันมา"

 

"ออกไป!!! ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือ!"

 

"แล้วถ้าฉันสามารถพานายไปพบกับ 'จางฮยอนซึง' ได้ นายจะยอมไปกับฉันไหม?"

 

น่าแปลกที่อยู่ดีๆร่างกายที่เกรี้ยวกราดสงบลง

เพียงแค่คนตรหน้าเอ่ยชื่อ 'จางฮยอนซึง' ขึ้นมา 

 

สมองขาวโพลน ไร้ปฏิกิริยาโต้ตอบมีเพียงแต่คำพูดเบาๆหลุดออกมาจากปาก

 

"ฮยอนซึง... ผม... กลับออกไป..."

 

จมูกโด่งได้รูปนั้น... 

ริมฝีปากสวยนั้น... 

ดวงตาคมที่จับจ้องแต่ฉันนั้น... 

 

 

 

 

 

 

 

กลับไปเท่านั้น..

 

 

 

 

"ถ้านายอยากกลับไปหาจางฮยอนซึง นายต้องเชื่อฟังฉันเข้าใจไหม?" 

 

"นายจะพาผมไปหาฮยอนซึงจริงๆใช่ไหม?!" 

 

"ใช่"

 

"ผมยอมทุกอย่าง! นายจะให้ผมทำอะไร?"

 

"แค่เชื่อฟังฉัน"

 

 

 

 

"นายต้องเชื่อฟังยงฮวาคนเดียวเท่านั้น"

 

 

 

 

 

*****************

 

 

 

 

 

 

"วันนี้มีแค่ประชุม บ่ายโมงที่สำนักงานครับ" ลูกชายคนเล็กไล่ตารางงานประจำวันของผู้เป็นพ่ออย่างชำนาญงาน สมุดบันทึกเล่มโตถูกเก็บลงใส่กระเป๋าสีน้ำตาลราคาแพง ร่างสูงใหญ่ของพ่อก้าวมาโอบไหล่ลูกชายด้วยความรักใคร่

 

"พ่อคงต้องวานให้ลูกช่วยอีกแล้ว 'ฮยอนซึง'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาคารสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติตั้งตระหง่านกลางย่านระดับสูงของกรุงโซล รถลีมูซีนคันหรูเลี้ยวเข้าส่งผู้บัญชาการสูงสุดขององค์กรนี้ บรรดาตำรวจรักษาความปลอดภัยต่างพากับคุ้มกัน จางอิลซึง บุคคลสำคัญระดับชาติให้ปลอดภัยจากการลอบสังหาร 

 

จางฮยอนซึงช่วยถือเอกสารน้อยใหญ่ของพ่อด้วยความแข็งขัน ลิฟท์ความเร็วสูงพาเขากับพ่อไปถึงห้องประชุมทันเวลา ผู้คนมากมายที่รออยู่ในห้องประชุมต่างพากับยืนต้อนรับจางอิลซึงด้วยความ นอบน้อม ก่อนจะนั่งลงตามอัธยาศัย

 

"เริ่มการประชุมได้" 

 

อิลซึงไล่ถามไถ่ความคืบหน้าของภาระงานต่างๆที่องค์กรแห่งนี้ต้องแบกรับไว้ ทุกการกระทำที่ส่อให้ประเทศชาติตกอยู่ในอันตรายไม่อาจหลุดพ้นสายตาของเขาไป ได้ ฮยอนซึงก้มลงจดสรุปการประชุมเหมือนทุกครั้ง ลายมือขยุกขยิกบนสมุดโน้ตขนาดพอดีต้องส่งให้พ่ออ่านเพื่อจดลงบันทึกประจำวัน ของพ่อ 

 

"ท่านครับ ผมมีเรื่องรายงานให้ท่านทราบ"

 

ยังซึงโฮ บุตรชายคนโตของรองผู้บัญชาการยังซึงฮุนเดินมาขวางทางฮยอนซึงและอิลซึงไว้ 

 

"ซึงโฮ ฉันจะกลับบ้านแล้ว" อิลซึงขอทางซึงโฮก่อนจะเอื้อมมือไปกดลิฟท์ ปกติแล้วหากใครมาเรียนงานกับเขาหลังการประชุมเขาจะไม่รับฟังเด็กขาด แต่กับซึงโฮ ลูกชายของเพื่อนรัก เขาถึงยอมได้ 

 

"ผมมีเรื่องสำคัญมากต้องเรียนให้ท่านทราบเดี๋ยวนี้ครับ"

 

"อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่าครอบครัวนะซึงโฮ"

 

"แล้วถ้ามันเป็นเรื่องของ 'โอวอนบิน' ท่านจะอยู่ฟังไหมครับ?"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เป็นไปไม่ได้!!!!" อิลซึงตะโกนออกมาด้วยความตกใจ มือหน้ากำเข้าหากันจนแน่น 

 

"ข่าวไม่ผิดใช่ไหม ซึงโฮ?!"

 

"ครับ ผมได้ติดตามความเคลื่อนไหวมาสามวันแล้ว"

 

"บ้าจริง!"

 

อิลซึงครุ่นคิดกับสิ่งที่เขากลัวมาตลอดสามปีเต็ม ซึงโฮนำรายงานทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อโอวอนบินมาให้เขา ทุกสิ่งทุกอย่างชี้ชัดว่าหายนะกำลังใกล้เข้ามา ทั้งบัญชีธนาคาร ธุรกิจผิดกฏหมายและลูกสมุนของมันล้วนมีการเคลื่อนไหว อิลซึงหยิบรายงานขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฮยอนซึงเห็นผู้เป็นพ่อเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ได้แต่นั่งเงียบ 

 

 

 

เขาเพิ่งเคยได้ยินชื่อโอวอนบินเป็นครั้งแรก 

 

ปกติเขาจะรู้ทุกอย่างที่พ่อรู้ แต่นี้เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโอวอนบิน 

 

 

 

"ฮยอนซึง มากับพี่" ซึงโฮหันมาเรียกฮยอนซึง ใบหน้าหวานได้แต่จับจ้องไปที่พ่อของตนเอง 

 

"ไม่เป็นไร มากับพี่..." 

 

 

 

ซึงโฮพาฮยอนซึงมานั่งในมุมพักผ่อน สีหน้าของเขายังคงแสดงความเป็นห่วงพ่ออยู่ตลอดเวลา ซึงโฮเห็นดังนั้นจึงเดินไปหยิบช็อคโกแลตแท่งให้ฮยอนซึงกิน ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ 

 

"พี่รู้ว่านายเป็นห่วงพ่อ" 

 

"ดูพ่อเครียดมากเลย ผมไม่เคยเห็นพ่อเครียดขนาดนี้มาก่อน..." 

 

"อือ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป" 

 

"พี่ซึงโฮครับ" 

 

"ครับ"

 

"ใครคือ โอวอนบิน?"

 

 

 

 

*************************

 

 

 

ร่างสูงนั่งชิดมุมในห้องขังเดี่ยวสีขาวโพลน โซ่ยาวยึดข้อเท้ากับกำแพงเสริมเหล็กอย่างดี ดวงตาคมมองกล้องวงจรปิดตรงข้ามเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว ประตูทางออกมีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดบวกกับวัสดุที่ใช้สร้างสามารถ ต่อกรกับแรงมหาศาลของเขาได้ 

 

สองมือที่บวมช้ำเพราะพยายามเปิดประตูบานนี้ออก ทั้งชก ทั้งต่อย สารพัดรูปแบบ แต่ประตูบานนี้ดูท่าจะไม่เปิดง่ายๆ 

 

แรงกายเริ่มถดถอยลงจนไม่อาจจะยืนอยู่ได้อีกแล้ว 

 

เขาควรจะหยุด...

 

 

 

 

 

 

 

เสียงกุกกักจากประตูดึงความสนใจจากกล้องวงจรปิดได้ ยงฮวาเปิดประตูพร้อมถาดอาหารของเจ้าของห้อง 

 

"นายไม่อยากเจอฮยอนซึงเหรอ?"

 

"หุบปาก"

 

"นายไม่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อฮยอนซึงหรือไง?"

 

"ออกไป!!!"

 

"ฉันบอกนายแล้วว่าถ้านายเชื่อฟังฉันดีๆ ฉันจะพานายไปหาฮยอนซึงไง" 

 

"นายโกหก!!!"

 

 

ยงฮวาหมดความอดทน มือแกร่งตรงเข้าบีบคอคนตรงหน้า นัยน์ตาแปรเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงเข้มตามแรงบีบที่คอ สัญชาตญานมนุษย์บอกให้ดิ้นสุดแรง แต่อากาศในปอดที่ไม่ได้ถูกเติมเต็มทำให้แรงค่อยหมดๆไป

 

"เชื่อฟังฉัน!!" ยงฮวากัดฟันพูด ลมหายใจร้อนรดใส่ใบหน้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นลมเย็น มือแกร่งผ่อนแรงลง ร่างสูงหายใจเอาอากาศเข้าไปเฮือกใหญ่ทันที

 

"ถ้าไม่ล่ะก็ นายจะไม่ได้เห็นจางฮยอนซึงอีกต่อไป" 

 

จานอาหารถูกเขวี้ยงลงมาตรงหน้าเขา กลิ่นอาหารที่ลอยเข้ามาเตะจมูกทำเอาเขาแทบจะอ้วกออกมาทันที แต่เพื่อความอยู่รอดของร่างกายและเรี่ยวแรงที่หมดลง

 

กลัวไปหมด...

 

กลัวว่ามันจะทำร้ายฮยอนซึง

 

แต่ถ้าเขาไม่กิน แล้วจะอยู่รอดออกไปได้ไง

 

 

 

 

จางฮยอนซึง

 

 

 

 

รอฉันได้ไหม?

 

 

 

 

 

 

 

 

"การทดลองครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จครับ" ชิมชางมินรายงานให้ผู้ทรงอำนาจฟังท่ามกลางผู้คนตำแหน่งสูงๆนับสิบคน 

 

"ส่วนผลข้างเคียงยังนับว่าน้อยมาก แต่ต้องรอให้ร่างกายฟื้นตัวอีกสักระยะ"

 

"นานเท่าไร?"

 

"ประมาณสองอาทิตย์ครับท่าน"

 

"คิดว่าเรามีเวลามากขนาดนั้นหรือ?" โอวอนบินย้อนกลับ ทุกคนต่างนั่งตัวเกร็ง เวลามีค่าเสมอสำหรับโอวอนบินและเขาจะไม่ยอมเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเด็ด ขาด 

 

"ไม่มีทางเลือกอีกแล้วครับท่าน.."

 

"เร่งสิ!!!! นายก็เร่งให้มันควบคุมได้เร็วๆ!!! คิดว่าฉันมีเวลามากพอจะมารอเรื่องแบบนี้เหรอ?!"

 

"แต่ท่าน.."

 

"ฉันผิดหวังในตัวนายจริงๆ ชิมชางมิน"

 

"ท่าน.."

 

"ฉันน่าจะ'ฆ่า'นายให้ตายไปพร้อมกับพ่อแม่โสโครกของแกเมื่อเก้าปีที่แล้ว!"

 

"..."

 

"จำใส่สมองของแกไว้ด้วย!!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ฮยอนซึง..." เขาเหม่อมองไปทางหน้าต่างบานเล็กๆในห้องขังเปรียบเสมือนทางเดียวที่เขา สามารถรับรู้โลกภายนอกได้ ทุ่งหญ้าสีเขียวแกมเหลืองสุดลูกหูลูกตาช่วยให้มีกำลังใจหนีออกไปจากที่นี้ ได้ 

 

 

หนึ่งอาทิตย์แล้วสินะ..

 

ที่ไม่ได้ออกจากห้องสี่เหลี่ยมแคบ

ไม่ได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก

 

และที่สำคัญ หนึ่งอาทิตย์กับการไร้ฮยอนซึงเคียงข้าง

 

 

ทำไมฮยอนซึงไม่ออกตามหาเขา?

 

ฮยอนซึงลืมเขาไปแล้วหรือไง? 

 

ฮยอนซึงจะคิดถึงเขาเหมือนเขาคิดถึงไหม?

 

 

คำถามและความกลัวมากมายผุดขึ้นมาในหัว ความทรงจำเก่าๆไหลเข้ามาทั้งน้ำตา ความสุข เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทำไมเขาถึงได้อ่อนแอเพียงนี้? 

 

ตอนนี้เขาควรจะเข้มแข็งและออกไปจากที่นี้ให้เร็วท่ีสุด 

 

ฮยอนซึงอาจจะตามหาเขาอยู่ก็ได้

 

เขาเอนตัวลงนอน เปลือกตาค่อยๆปิดลงช้าๆ แม้ยามตื่นหรือยามหลับ ในใจของเขาก็จะมีจางฮยอนซึงตลอดไป 

 

 

 

 

รอได้ไหม.... ฮยอนซึง

 

นายรอ 'ยงจุนฮยอง' คนนี้ได้ไหม?

 

 

 

***************

 

 

 

รถลีมูซีนคันหรูเลี้ยวเข้าคฤหาส์ตระกูลจาง เมื่อถึงทางขึ้นบ้านอิลซึงเปิดประตูแล้วรีบวิ่งขึ้นห้องทำงานอย่างรวดเร็ว รายงานจากซึงโฮยังคงอยู่ในมือของเขาไม่ไปไหน ฮยอนซึงเดินไปเคาะประตูห้องก่อนจะขออนุญาติส่งรายงานประชุมให้พ่อ แต่ก็โดนไล่ออกมาก่อน ใบหน้าหวานแสดงความเป็นกังวลเมื่อทิ้งตัวลงบนที่นอน 

 

 

‘ขอโทษนะฮยอนซึง พี่ไม่สามารถบอกได้’

 

 

นึกถึงคำพูดของพี่ซึงโฮก็ยิ่งทำให้เขาสงสัย ทำไมเขาถึงจะรู้เรื่องของผู้ชายที่ชื่อโอวอนบินไม่ได้ 

 

เสียงข้อความเข้าดังขึ้น ฮยอนซึงเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะเปิดอ่านข้อความ

 

 

 

“เฮ้ นายอย่าเครียดนะ พี่ซึงโฮกลับบ้านมาก็เครียดเหมือนกัน ㅠ___ㅠ ออกมาเจอกันหน่อยไหม? ㅎㅎ"

 

- ยังโย

 

นิ้วเรียวกดแป้นตอบไปด้วยความคล่องแคล่ว รอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้นมา อย่างน้อยเวลาที่เขาเครียดก็จะมียังโยซอบนี้แหละ คอยอยู่ข้างเขา 

 

“ได้สิ เจอกันที่ร้านเดิมนะ แล้วฉันจะรีบไป”

 

 

โทรศัพท์ถูกยัดลงกระเป๋าสะพายหนังราคาแพง ขาเรียวก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็ว ฮยอนซึงฝากบอกแม่บ้านว่าเขาอาจจะไม่กลับมากินข้าวเย็นกับพ่อ รถคันหรูราคาหลายล้านวอนแล่นออกจากบ้านทันที 

 

ยังโยซอบเดินเข้าไปในมุมคุ้นเคยในร้านกาแฟเล็กๆใกล้บ้านของเขา ร่างของเพื่อนสนิทกับเครื่องดื่มแก้วโปรดครึ่งแก้วบอกเป็นนัยๆว่าคราวหน้า เขาควรจะรีบมากกว่านี้ 

 

"ขอโทษที่ทำให้รอนาน" โยซอบหย่อนตัวลงนั่งพร้อมถอนหายใจ 

 

"นายน่ะ อย่าเครียดสิ" 

 

"ฉันไม่รู้สิ พ่อฉันไม่เคยเครียดแบบนี้มาก่อน" 

 

"พี่ซึงโฮก็เหมือนกัน นี้ รู้อะไรไหม?" 

 

"หื้อ?"

 

"วันนี้ ดูจุนมาที่บ้านล่ะ" อยู่ดีๆโยซอบก็เปลี่ยนเรื่องซะงั้น ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงจนถึงใบหู ฮยอนซึงได้แต่มองเพื่อนตัวเองกรี๊ดกร๊าดถึงผู้ชายที่ชื่อ ยุนดูจุน นักสืบราชการลับสังกัดพี่ซึงโฮนี้แหละ ไม่บอกก็คงรู้ว่าโยซอบคนนี้ปลื้มตาดูจุนมากแค่ไหน! 

 

"ฉันเดาว่าเขามาหาพี่ซึงโฮ" 

 

"หว่า... ฮยอนซึงรู้อ่ะ"

 

"โยซอบ ถามอะไรหน่อยสิ"

 

"อื้อ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"นายจำ'ยงจุนฮยอง'ได้หรือเปล่า?' 

 

 

 

 

 

 

 

 

10/11/12

 

tbc.

 

ในที่สุดมันก็ออกมาสักที :)

 

edit @ 10 Nov 2012 20:41:48 by astute

edit @ 13 Nov 2012 20:29:35 by astute

Comment

Comment:

Tweet

น่ารักอ่ะ ^^

#1 By อุปกรณ์แพทย์ (103.7.57.18|180.183.133.112) on 2012-11-16 18:16