[SF] Le Bouquet

posted on 12 May 2012 21:29 by astute directory Fiction

Title: Le Bouquet
Writer: astute
Pairing: Changmin x Minho
Rate: PG-13
Note:

-เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคัทฮัลโหลเบบี้ของเอ็มแบล็คคัทนี้ >>จิ้ม<< แนะนำว่าให้อ่านก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาดูจ้า :D

-เรื่องนี้ยาวที่สุดในบรรดาSFที่เคยแต่งมา ทนๆอ่านไปแล้วกันนะ (. .)

 

 
*************************************

 


แก๊งค์ แก๊งค์ 

 

 

เสียง ลูกตุ้มกระทบกับระฆังทองเหลืองขนาดใหญ่แทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบของ เช้าวันอาทิตย์  แสงแดดทะลุก้อนเมฆปุ้ยๆสะท้อนให้เห็นสีสันของเหล่าดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน คล้ายเป็นสัญญาณแห่งฤดูใหม่ที่กำลังเข้ามาเยือน แต่ในความสงบก็มีเสียงเล็กๆสะท้อนเข้ามาในโสตประสาท เป็นเพียงเสียงกะเทาะเปลือกไข่บางของสิ่งมีชีวิตใหม่ในบ้านของมันจากกิ่งไม้ หลายๆกิ่ง ฤดูนี้จึงเป็นฤดูแห่งการเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน



รวมไปถึงคนสองคนข้างในโบสถ์สีขาวท่ามกลางชนบทอันห่างไกลจากความวุ่นวาย 


หาก แต่ความสงบนั้นถูกขัดจังหวะลงเมื่อผู้คนมากมายต่างพากันออกมาเตรียมกลีบดอก กุหลาบสีขาวสดต้อนรับสองชีวิต ที่พร้อมใจจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน แต่หากทั้งสองพ้นประตูไปแล้ว สองชีวิตจะกลายเป็นหนึ่ง

 


กลีบดอกกุหลาบ ขาวถูกโปรยขึ้นต้อนรับผู้มาใหม่ทันทีเมื่อประตูโบสถ์เปิดออก ท่ามกลางเสียงยินดีของเพื่อนฝูง กลีบดอกกุหลาบก็ถูกโยนขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงรอยยิ้มกว้างของร่างบางเท่านั้นที่ปรากฏบนใบหน้า ไม่ใช่ว่าไม่คิดจะขอบคุณอะไร เพียงแค่ความสุขมันจุกคอต่างหาก


และแล้วช่วงเวลาสำคัญของคนโสดและคู่รักก็มาถึง บรรดาเพื่อนฝูง ญาติ หรือแม้กระทั่งคนในหมู่บ้านต่างพากันเบียดเสียดจับจองพื้นที่เพื่อรอรับช่อ ดอกไม้ในวันนี้อย่างเนืองแน่น เสียงตะโกนเชียร์ให้โยนดังยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าสาวคนสวยได้แต่ยืนเขินจนร้อนถึงเจ้าบ่าวเข้ามาจัดการ

 

"นายจะให้พี่โยนหรือนายจะโยนเอง หื้ม?" ใบหน้าหวานแดงขึ้นทันทีเมื่อเสียงทุ้มดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว


"บะ บ้าหรือไง ผมเฝ้ารอเพื่อวันนี้เลยนะ"


"ก็นึกว่าลืมไปแล้ว"

ช่อดอกไม้บริสุทธิ์ถูกโยนขึ้นสู่อากาศ บรรดาคนโสดต่างพากันวิ่งตามช่อดอกไม้ที่กำลังหล่นลงตามแรงโน้มถ่วง ดวงตากลมมองตามช่อดอกไม้สีขาวตามลุ้นไปด้วย แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยริมฝีปากหนาได้ช่วงชิงความหอมหวานไปก่อน เป็นเพียงรสจูบหวานๆเหมือนเคยเพียงแค่มันเป็นจูบในวันพิเศษแค่นั้นแหละ


"นึกว่าพี่ต้องเป็นคนโยนเองซะอีก"


"ผมบอกพี่แล้ว พี่นั้นแหละที่จำไม่ได้เอง"


"ไหน นายไปพูดไว้ตอนไหน?"

 

 

ใบหน้าหวานยื่นเข้าไปกระซิบที่ใบหูของคนรักอย่างแผ่วเบา...




 

 
*************************************




เอ้ก อี เอ้ก เอ๊กกกกกกกกกก

 

 


 
"พี่ ชางมินไปเล่นกัน!" ยังไม่สิ้นเสียงไก่ขัน เป็นประจำอย่างเด็กชายข้างบ้านอย่างเชวมินโฮจะเข้ามาปลุกพี่ชายจอมขี้เซาให้ ลุกออกจากกองผ้าห่มเพื่อไปเล่นกับตนเอง แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าพี่ชางมินถึงสามปี แต่ด้วยความที่ชางมินเป็นลูกคนเดียว เขาจึงรักมินโฮเหมือนน้องชายแท้ๆ

 

"นี้ แค่หกโมงเช้าเองนะมินโฮ" มือหนาเอื้อมไปหยิบนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงก่อนจะทิ้งลงเมื่อหน้าเข็มนาฬิกาชี้ เลขหก เด็กชายอายุเจ็ดขวบเขย่าพี่ชายตัวโตอย่างแรงเมื่อเห็นว่าไม่เป็นผล 

 

"นะ นะ นะ พี่ชางมินตื่นได้แล้ว"

"..."


"น๊า พี่ชางมิน" เสียงหวานเอ่ยอย่างออดอ้อน มือเล็กหยิกแก้มคนขี้เซาบิดไปบิดมาจนคนตัวโตเริ่มรำคาญ สะบัดหันหน้าหนีพร้อมคลุมโป่งอีกชั้นเป็นเกาะป้องกัน



"พี่ชางมินใจร้าย!"


"..."


"ผมไปเล่นกับชอลยงก็ได้ ฮึ่ย!" 


"เฮ้ย! พี่ตื่นแล้วๆ" คนขี้เซากระเด้งตัวออกจากนวมผ้าห่มทันทีทีร่างบางเอ่ยชื่อเพื่อนสนิทตน เองออกมา มือหนาคว้าข้อมือของน้องชายไว้ไม่ให้ไปหาชอลยง




"นี้มินโฮ นายอย่ายุ่งกับชอลยงมากนะ" ชางมินพูดขณะตักข้าวต้มเข้าปาก มินโฮละความสนใจจากยอดมนุษย์เรนเจอร์ห้าสีที่กำลังต่อสู้กับพวกสัตว์ประหลาด ทางทีวี


"เขาเป็นเพื่อนผม จะให้ผมไม่ยุ่งกับเขาได้ไง" มินโฮหน้ามุ่ยเมื่อชางมินเริ่มทำตัวงี่เง่าแต่เช้า 



"ก็พี่ไม่ชอบ ทุกครั้งที่นายไปกับเจ้านั้น นายก็มีบาดแผลกลับมาตลอด!" ชางมินกระแทกช้อนลงบนจานข้าว จนคุณนายชิมต้องหันมาดุลูกชายตัวเอง 


"พี่ชางมินอา.. ผมจะไม่ทำแล้วนะ ไปเล่นกันนะ นะ นะ" มินโฮปิดทีวีลงแล้วลากพี่ชายตัวโตออกจากบ้านไป

 

 

 

เช้าประมาณเจ็ดโมงในหมู่บ้านอันแสนสงบ พี่ชายตัวสูงจูงน้องชายต่างสายเลือดเดินไปที่ที่พวกเขาชอบไปเล่นด้วยกัน สายลมอ่อนๆตอนเช้าของฤดูร้อนทำให้น้องชายรู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษ 

ต้นไม้ ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ความร่มเย็นไปทั่วริมลำธารเล็กๆที่ไหลผ่านท้ายหมู่บ้าน ที่แห่งนี้พ่อของชางมินเคยพาเขามาตกปลาบ่อยๆ แต่หลังจากพ่อของชางมินต้องไปทำงานที่เมืองหลวง ชางมินเลยใช้เป็นที่ลับของเขากับมินโฮเท่านั้น

 

 

"พี่ชางมิน วันนี้น้ำใสมากเลย!" มินโฮชะโงกหน้ามองลำธารด้วยความตื่นเต้น


"อย่าเข้าไปใกล้นักซิ!" 


"พี่ชางมินอา.. ผมไม่ได้เข้าไปใกล้เลยซักนิ๊ดอ่ะ" 

 

"พี่เห็นอยู่ นายอย่ามาเถียงซะให้ยาก" ชางมินบอกอย่างหงุดหงิด มินโฮชอบทำอะไรให้เขาหนักใจอยู่เรื่อย เห็นหน้าตาน่ารักขนาดนี้ แต่ก็แสบไม่ใช่เล่น บางทีเขาต้องไปช่วยเคลียร์เรื่องที่มินโฮไปต่อยกับเด็กผู้ชายในหมู่บ้าน และนั้นก็ทำให้ชางมินหนักใจไม่น้อย

 


"พี่ชางมิน~ ขี่จักรยานได้ไหมอ่า?" 

"นายจะขี่หรอ?"

"อือ!"

"แต่คันนี้มันเก่าแล้วนะ เฮ้ย เดี๋ยวนะ!" ชางมินวิ่งหายไปในโรงเก็บของเก่าๆ ก่อนจะออกมาพร้อมกับจักรยานใหม่ของหนึ่ง 

"คันนี้โอเคกว่า อ่ะ" 

 

มินโฮรีบขึ้นขี่จักรยานอย่างรวดเร็ว ชางมินยิ้มบางๆให้น้องชายตัวดี มินโฮรีบถีบจักรยานออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พี่ชายต้องวิ่งตามไปคุมน้องชาย 

ชางมินวิ่งตามมินโฮไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวว่ามินโฮเริ่มถีบเร็วขึ้น น้องชายยิ้มเยาะมีความสุขที่ได้แกล้งชางมิน  บ้าหรือเปล่า ตามเขามาอยู่ได้.. 

 


"นี้มินโฮ ขี่ช้าๆหน่อยไม่ได้หรือไง?" ชางมินเริ่มหอบแรงขึ้นเรื่อยๆ

"พี่นั้นแหละ ตามผมอยู่ได้" 

"นี้ นาย ขี่ช้าๆหน่อย เดี๋ยวก็แหกโค้งคางแตกเหมือนคราวที่แล้วหรอก!"  ชางมินนั่งลงบนพื้นถนน หอบรั่วๆเป็นสัญญาณว่าร่างกายเขาไม่ไหวแล้ว 


เอี๊ยดดดด ตุ้บ! 

 

"มินโฮ!!!" 


-------------------------


เด็กน้อยวัยเจ็ดขวบเปลี่ยนสภาพจากเด็กแว๊น(?)เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุชั่วคราว โดยมีสารถีสุดหล่อเป็นพี่ชายต่างสายเลือดอย่างชิมชางมินเป็นผู้ขี่แทน ลมเบาๆพัดโดนแผลถลอกตามขาทำเอาผู้เป็นน้องอดน้ำตาซึมไม่ได้ ต่อให้เชวมินโฮคนนี้จะน่ารัก หรือจะอารมณ์ร้อนเอะอะก็จะไปต่อยชาวบ้านเขาลูกเดียว แต่ส่วนประกอบที่สำคัญของเชวมินโฮอีกอย่างคือ น้ำตา



เด็กผู้ชายคนนี้เกิดมาพร้อมกับน้ำตา 


และน้ำตาคือตัวปัญหาสำคัญที่เชวมินโฮไม่มีใครอื่นเลยนอกจากชิมชางมิน เขาไม่เคยมีเพื่อนจน
กระทั่งพฤติกรรมก้าวร้าวเช่นการชกต่อยทำให้เขามีพรรคพวกอยู่บ้าง แต่มันเป็นเพียงเกราะป้องกันความอ่อนแอในตัวเขา 

หลังจากเลิกเป็นลูกแหง่ เอะอะโดนใครแกล้งก็ร้องไห้ กลายมาเป็นเด็กที่เวลาโดนใครแกล้ง ต้องปล่อยหมัดเล็กๆเป็นของฝากบนใบหน้าคนแกล้งทุกที

แต่อย่างน้อยความอ่อนแอของเชวมินโฮก็ยังคงอยู่ และที่พิเศษไปมากกว่านั้นคือ มินโฮจะเผยความอ่อนแอต่อหน้าชางมินเท่านั้น


"บอกแล้วว่าอย่าขี่เร็ว ดื้อนักเรา" 

"ฮึก แผลแสบมากเลยอ่ะ ฮืออ" 

"ฮะฮ่าๆๆๆ"

"พี่ชางมินหัวเราะทำไมเล่า! ฮึก ฮืออ"

"ทำตัวเองแท้ๆ อย่าร้องนะ เดี๋ยวถึงบ้านเราแล้วจะทำแผลให้" 

"ฮือออ" มินโฮกอดพี่ชายตรงหน้าไว้แน่น ยิ่งลมพัดโดนแผลเมื่อไร มินโฮก็ยิ่งกอดชางมินแน่นเท่านั้น เพราะว่าแสบแผลแต่ไม่รู้จะระบายออกตรงไหน รัดพี่ชายจนตัวแทบปลิ้น 



ถึงมินโฮจะกอดตัวผมปลิ้น แต่ทำไมผมมีความสุขขนาดนี้นะ 



--------------------


"แผล เรียบร้อยแล้วจ้ะ" คุณนายชิมเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่กระเป๋าปฐมพยาบาลเรียบร้อย มินโฮกล่าวขอบคุณเบาๆ ชางมินคอยปลอบน้องตลอดเมื่อมินโฮแสบแผลขึ้นมา 


"อย่า ดื้อมากนักเรา คุณแม่เราเป็นห่วงนะ" มืออุ่นลูบผมเด็กชายตรงหน้า มินโฮพยักหน้าอย่างว่าง่าย เขารู้ว่าแม่ของเขาเป็นห่วงเขามากขนาดไหน ทุกๆวันพ่อแม่เขาต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้า กลับบ้านก็ค่ำแล้ว ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับแม่พี่ชางมินมากกว่า 



"นี้ก็เที่ยงแล้ว แม่ทำคิมบับไว้พอดีเลย มินโฮอยู่กินก่อนนะ" 

"ขอบคุณคุณป้ามากนะครับ"

 


คิมบับ เริ่มหายลงไปในกระเพาะของชิมชางมิน ด้วยทักษะตะเกียบอันยอดเยี่ยมบวกพลังการเคี้ยวอันทรงพลังทำให้น้องชายได้แต่ มองคิมบับหายไปทีละชิ้นๆ 

 

"ทำไมไม่กินล่ะ?" เคี้ยวตุ้ยๆหันมาน้องชายที่นั่งจ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ 

"พี่ชางมิน!"

"ช่วยไม่ได้เอง ก็นายมั่วแต่เหม่อเองหนิ" มินโฮแทบจะกระโดดต่อยหน้าชางมินให้รู้แล้วรู้รอดไป 
ชางมินวางตะเกียบลงเมื่อคิมบับชิ้นสุดท้ายถูกคีบเข้าปาก 

"พี่ชางมินอา!" 

"โอ๋ๆ นายนี้ขี้แยจริง" ชางมินเข้าไปปลอบน้องเมื่อมินโฮเริ่มเบะปากออก 



เห้อ... สาบานได้เลยว่านี้คือเด็กอายุเจ็ดขวบ 



"ไม่เป็นไรนะลูก ป้าทำเพิ่มอีกน่ะ" คุณนายชิมวางคิมบับชุดใหม่พร้อมสั่งลูกชายตัวดีห้ามแตะต้องอาหารของมินโฮ 

"อร่อยที่สุด!" มินโฮกินไปก็ยิ้มไป คิมบับชุดใหม่ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว 


------------------------

 

มื้อเที่ยงแสนอร่อยจบลงพร้อมความวุ่นวายเล็กน้อย คุณนายชิมเตรียมแตงโมแช่เย็นใส่กล่องอาหารเล็กๆเตรียมไว้สำหรับลูก ชายกระเพาะยักษ์และลูกชายตัวเล็กๆอีกคนหนึ่ง

เงาต้นไม้ใหญ่ทอดลงพื้นหญ้า เด็กชายตัวเลึกรีบวิ่งไปจองพื้นที่ใต้ต้นไม้ วางกล่องแตงโมงลงก่อนจะหยิบขึ้นมาแทะ



"พี่ชางมินกินไหม?" มินโฮยื่นแตงโมชิ้นใหญ่ให้ชางมิน มือหนารับมาใส่ปากทันที 

"อร่อยดีเนอะ" 

"อืม"

"เจ็บแผลอีกไหม?"

"ไม่แล้วล่ะ"

"ตกปลากันไหม?"

"ไม่อ่ะ ผมตกไม่เป็น"

"..."

"..."

"มินโฮอา"

"หื้อ?"

"ทำไมเงียบ?"

"แล้วทำไมพี่พูดมาก?"

"ผมแค่.."  มินโฮวางเปลือกแตงโมลง ชางมินเขยิบเข้ามาใกล้น้องชายให้ใกล้ขึ้น 

"ผม แค่คิดว่าถ้าจบฤดูร้อนนี้ไป ผมก็คงไม่ได้เล่นกับพี่ชางมินทั้งวันแบบนี้แน่" เสียงหวานเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ชางมินเอ่ยตอบด้วยเสียงเรียบนิ่ง

"ก็ดีหนิ ทุกวันนี้พี่ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ต้องมาคอยดูแลเด็กดื้อคนนี้" 



กึก



เด็กชายลุกขึ้นเต็มความสูง เขวี้ยงเปลือกแตงโมทิ้ง ชางมินได้แต่อึ้งกับการกระทำของน้องชาย มือหนาพยายามรั้งไว้แต่ก็ถูกสะบัดออก 

"มินโฮจะไปไหน" 

"เรื่องของผม" 





สักพักแล้วที่ชิมชางมินยังคงยืนอยู่ที่เดิม 

มินโฮวิ่งหนีเขาไปแล้ว... 

เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาล้อเล่นไปมันทำร้ายหัวใจมินโฮมากแค่ไหน

และที่แปลกไปกว่านั้น หัวใจเขาเมื่อเห็นมินโฮเดินจากไปมันช่างเจ็บเหลือเกิน..



-----------------------

 


"อ่าว หวัดดีมินโฮ" ชอลยงวิ่งเข้ามาทักทายมินโฮเมื่อเห็นเพื่อนตัวดีเดินเข้ามาในบ้านของเขา 

"อืม" 

"นายเป็นอะไร? ทะเลาะกับพี่ชางมินหรอ" ชอลยงถามขึ้น ปกติก็ไม่ค่อยมาหาเขาเท่าไร ถ้าจะมาหาก็คงมีแต่งอนพี่ชางมินนั้นแหละ 

"เปล่า นายมีอะไรสนุกๆทำไหม?" 

"หื้อ?"

"ฉันเบื่อขี่จักรยานแล้ว.." 

"ฉันมีอะไรสนุกๆมากกว่านั้นอยู่แล้ว" 



 


"นี้นายจะขโมยแอปเปิ้ลหรอ?!" มินโฮถามขึ้นเมื่อชอลยงพามาที่สวนแอปเปิ้ลแห่งหนึ่ง ตอนนี้เขาสองคนซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้ๆกับสวน 

"นายคิดว่าฉันจะมาขโมยวัวหรือไง?"

"..."

"เดี๋ยวฉันจะให้นายขี่คอฉันไปเอาแอปเปิ้ลนะ" 

"อ